สงกรานต์วันความสำคัญของครอบครัวและผู้สูงอายุ

 

เรื่องราวของเทศกาลสงกรานต์และวันผู้สูงอายุแห่งชาติเกี่ยวพันถึงเราอย่างไร?

เทศกาลสงกรานต์ มรดกทางวัฒนธรรมประเพณี ถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่สำคัญของชาติ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่แบบไทย เราที่มีมาแต่ครั้งโบราณกาล

ทุก ๆ ปี ระหว่างวันที่ 13 - 16 เมษายน ลูกหลานชาวไทยที่ทำงานหรือเรียนหนังสือห่างไกลบ้าน ก็มักจะกลับไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่ ญาติพี่น้องกันเป็นแถว ดูไปก็คล้าย ๆ กับวันหยุดตรุษจีนของชาวจีนนั่นแหละ ที่ลูกหลานจะกลับไปหาพ่อแม่ที่อยู่ต่างเมือง ซึ่งนอกจากจะกลับไปเยี่ยมบ้านแล้ว พวกเขายังถือโอกาสทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับไปแล้ว และยังถือโอกาสเดียวกันนี้ ที่นานๆ จะได้กลับมาเยี่ยมบ้าน รดน้ำดำหัว ขอพรญาติผู้ใหญ่ เพื่อเป็นศิริมงคลตามประเพณีดั้งเดิมในคราวเดียวกัน

อันที่จริงสำหรับหนุ่มสาววัยรุ่น เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นวันมหาสนุกอีกด้วย  เพราะพวกเขาจะใส่เสื้อผ้าหลากสีสัน ออกไปเล่นสาดน้ำกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง ส่วนคนรุ่นใหญ่วัยกลางคนก็จะแวะไปกราบขอพรจากพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ที่เคารพนับถือ หลังจากสรงน้ำพระพุทธรูปหรือพระสงฆ์แล้ว ก็นำน้ำซึ่งผสมด้วยน้ำอบ น้ำปรุงอย่างดี มาผสมดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม หรือสมุนไพรที่เป็นมงคล เช่น ดอกมะลิ กลีบกุหลาบ ดอกคำฝอย ฝักส้มป่อย นำมารดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่เพื่อความเป็นมงคลแก่ตัว

การเฉลิมฉลองปีใหม่ด้วยการรดน้ำดำหัวแบบดั้งเดิมนั้น เป็นการสืบสานประเพณีอันมีแบบอย่างมาจากประเพณีทางเหนือ ตั้งแต่สมัยล้านนา ถือเป็นพิธีใช้น้ำอันบริสุทธิ์ปราศจากมลทิน เพื่อความเป็นศิริมงคล มีจุดมุ่งหมายที่จะชำระล้างสิ่งที่ไม่ดีจากปีเก่า ให้ออกไปจากตนเองและผู้ที่เคารพนับถือ

ทุกปีในช่วงเทศกาลนี้ ไม่ว่าอากาศจะร้อนขนาดไหน คนไทยหรือชาวต่างชาติ ก็พร้อมใจกันออกมาเล่นสาดน้ำกันตามถนน ใครๆ ก็รู้ว่าวันสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุข สนุก รื่นเริง บันเทิงใจ มีงานปาร์ตี้บนถนนมากมายหลายสายในประเทศไทย มีคนนับหมื่นออกมาเล่นสาดน้ำรวมๆ กันทุกวัน
ทั้งบนถนนสีลม ถนนข้าวสาร ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวปุ้น และถนนอื่นๆ อีกมากมายหลายสาย ทุกคนมีแต่ความสนุกสนาน ต่อสู้กันด้วยปืนฉีดน้ำจนเนื้อตัวเปียกปอน ใบหน้าทุกคนมีแต่รอยยิ้ม เอื้ออารี ถ้อยทีถ้อยอาศัย

**(ส่วนวันผู้สูงอายุโลก องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้เป็นวันที่ 1 ตุลาคม ของทุกปี)**


และนอกจากจะอนุมัติให้วันที่ 13 เมษายน ของทุกปี เป็นวันผู้สูงอายุ แล้ว ยังกำหนดให้ "ดอกลำดวน" เป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงอายุอีกด้วย

 


สาเหตุที่เลือกดอกลำดวนนั้น เนื่องจากต้นลำดวนหรือหอมหวล (Melodorum fruticosum Lour) ตามชื่อไทยพื้นเมือง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sphaerocoryne clavipes. จัดอยู่ในวงศ์ Annonaceae. เป็นพืชยืนต้น ที่ให้ความร่มเย็น ลำต้นมีอายุยืน มีใบเขียวตลอดปี ให้ร่มเงาดี และดอกมีสีนวล กลิ่นหอม กลีบแข็ง ไม่ร่วงง่าย เปรียบเหมือนกับผู้ทรงวัยวุฒิ ที่คงคุณธรรมความดีงาม ไว้ให้เป็นแบบอย่างแก่ลูกหลานตลอดไป และต้นลำดวนเป็นพืชยืนต้น ที่มีอยู่มากในสวนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งพระองค์ท่านทรงดำริให้จัดสวนนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีของผู้สูงอายุอีกวันหนึ่ง ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ

วันที่ 14 เมษายน เป็น "วันครอบครัว" แห่งชาติ


(คำว่าครอบครัว หมายถึง ผู้ร่วมครัวเรือน คือ สามี ภรรยา และบุตร)


เปรียบเป็นสถาบันที่มีขนาดเล็กที่สุดของสังคม แต่กลับมีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นผู้สร้างและกำหนดสถานภาพ สิทธิ หน้าที่ของบุคคลทั้งหลาย ความรู้จักผิดชอบชั่วดี การรักษากฎเกณฑ์หน้าที่ การเป็นพลเมืองดี อันควรปฏิบัติต่อกันในสังคม ล้วนเริ่มต้นที่ครอบครัว


"ครอบครัว" จึงเป็นสถาบันแห่งแรกในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและพัฒนา ผู้ร่วมครัวเรือน คือ สามี ภรรยา และบุตรให้ออกไปเป็นคนดี


เนื่องด้วยวันที่ 13 เมษายนเป็นวันผู้สูงอายุ และอยู่ในช่วงวันหยุดยาวทำให้หลายๆ คน ถือโอกาสกลับไปเยี่ยมครอบครัว คณะรัฐมนตรี ซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้เสนอมติโดยคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วยและอนุมัติ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2532 ให้วันที่ 14 เมษายน ของทุกปี เป็นวันแห่งครอบครัว ซึ่งตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อเป็นการฟื้นฟูขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ให้มีการอนุรักษ์สืบสานต่อไป

 
และเนื่องจากคณะกรรมมาธิการกิจการสตรีและเยาวชน สภาผู้แทนราษฎร ได้สรุปผลจากการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน พบว่าปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาสำคัญปัจจัยหนึ่ง ที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ ตามมาเป็นอันมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด อาชญากรรม และปัญหาอื่น ๆ ปัญหาเหล่านี้ส่วนหนึ่งเกิดจากครอบครัว เนื่องจากครอบครัวที่ไม่มีความอบอุ่น ขาดความรัก มีแต่ความขัดแย้ง ไม่เข้าใจกันระหว่างคนในครอบครัว ทำให้เกิดผลกระทบมากมายกับสังคมส่วนรวม


ปัจจุบันลักษณะวิถีชีวิตของครอบครัวคนไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก สมาชิกในครอบครัวต่างต้องดิ้นรนทำมาหาเลี้ยงชีพ หนุ่มสาวที่อยู่ต่างจังหวัดก็เข้ามาหางานทำในกรุงเทพ เนื่องจากไม่มีแหล่งหารายได้ในพื้นที่ชนบท ทำให้ต้องทิ้งพ่อแม่ที่ชราภาพไว้ตามลำพังที่บ้าน บางคนก็สามารถส่งเงินกลับไปช่วยเหลือพ่อแม่ได้บ้าง ในขณะที่ลูกบางคนก็ทอดทิ้งพ่อแม่ไปเลย


คนที่เข้ามาหางานทำในเมืองใหญ่ พอเริ่มแต่งงานสร้างครอบครัว ก็กลายมาเป็นพ่อแม่ที่ต้องทำงานหนัก เพื่อหาเงินให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในเมืองหลวงที่สูงมาก วันๆ พวกเขาเอาแต่ทำงาน แทบไม่มีเวลาสั่งสอนอบรมลูก สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะสร้างปัญหาให้กับสังคม


การที่รัฐบาลกำหนดให้มีวันครอบครัวขึ้น จึงช่วยสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้คนในสังคม ตระหนักถึงคุณค่าของสถาบันครอบครัว และใช้เวลาว่างในวันหยุดสุดสัปดาห์ร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ได้ทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันอย่างสนุกสนาน ก่อให้เกิดการเชื่อมต่อ กระชับความสัมพันธ์ที่เคยห่างเหินไปให้กลับคืนมา ลดทอนความก้าวร้าว เกลียดชัง ให้กลายเป็นความรัก และเข้าใจกันดีเหมือนเดิม


เทศกาลสงกรานต์ถือเป็นการรวมญาติ รวมครอบครัว สมาชิกรุ่นลูกรุ่นหลาน พากันมารดน้ำขอพรจากญาติผู้ใหญ่ และขออภัยในสิ่งที่ได้เคยล่วงเกินไปพร้อมๆ กันด้วย อีกทั้งยังได้ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบุพการี ปู่ย่าตายาย ผู้ล่วงลับไปแล้ว


การรวมตัวกันทางสังคมเกิดจากลักษณะของครอบครัวที่ดีอันประกอบไปด้วยลักษณะต่างๆ ดังนี้


1. ครอบครัวต้องมีความรัก ความอบอุ่นและความเอื้ออาทรต่อกัน


2. ในยามเกิดปัญหา สมาชิกในครอบครัวต้องหันหน้าเข้าหากัน ร่วมปรึกษาหารือ มีความเป็นประชาธิปไตยในการแสดงออกที่มีเหตุผล และยอมรับหากมันเป็นความคิดเห็นที่ดี


3. ควรช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันตลอดเวลา


4. ไม่ควรทอดทิ้งให้สมาชิกในครอบครัวว้าเหว่ ควรดูแลเอาใจใส่และหัวหน้าครอบครัวควรให้เวลากับสมาชิกในครอบครัวเสมอ


5. สมาชิกทุกคนควรรู้จักวางแผนการใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย


6. เมื่อมีเรื่องเข้าใจผิด ควรรีบแก้ไขปรับความเข้าใจ และแต่ละคนควรรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน


7. เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น สมาชิกทุกคนควรร่วมกันสร้างกิจกรรมในครอบครัว เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดี เช่น การเข้าวัดทำบุญตักบาตรร่วมกัน การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ การรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน เป็นต้น

 

 


นอกจากลักษณะครอบครัวที่ดีตามที่กล่าวมาแล้วนั้น สมาชิกในครอบครัวควรมีหลักในการปฏิบัติตัวระหว่างกัน เป็นหลักการง่ายๆ เรียกว่า กฎ 5 อ. คือ


1. อ. อภัย 

เมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำผิดพลาดไปบ้างให้นึกถึงคำว่าอภัยเสมอ และจะไม่นำเอาสิ่งที่ผิดพลาดนั้นมาพูดจาซ้ำเติมกันอีก


2. อ. เอื้อเฟื้อ 

มาชิกทุกคนในครอบครัว ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่าคิดว่าไม่ใช่เรื่องของฉันไม่ใช่หน้าที่ของฉัน ฉันไม่เกี่ยว เช่น คุณพ่อซักผ้า คุณแม่ถูบ้าน ลูกล้างจาน อย่าคิดว่าเป็นงานของใครคนใดคนหนึ่ง ควรช่วยๆ กันทำ


3. อ. อารมณ์ขัน 

ฝึกให้มีอารมณ์ขันเสียบ้าง มีการกระเซ้าเย้าแหย่กันบ้างในบางโอกาสอาจเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ เพื่อนและพี่สำหรับลูกๆ ก็ได้ เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่ดีในครอบครัว


4. อ. อดทน อดกลั้น อดออม 

ชีวิตครอบครัวที่ดีจะต้องมีความอดทนต่อความยากลำบากต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในครอบครัว


ต้องอดกลั้นต่อสิ่งที่มากระทบใจ อันเกิดจากการกระทำของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือต้องอดกลั้นต่อกิเลสที่มากระตุ้นเราให้หลุ่มหลง


และให้รู้จักอดออมเงินทองที่หามาได้ ควรแบ่งไว้ใช้เป็นสัดส่วน ส่วนที่หนึ่งใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนที่สองสำหรับการศึกษาของบุตร สวนที่สามสำหรับค่ารักษาพยาบาลเมื่อยามเจ็บไข้ ส่วนที่สี่บริจาคทานทำบุญสร้างกุศลไว้เป็นเสบียงเมื่อยามลาจากโลกนี้ไป และอีกส่วนหนึ่งเป็นส่วนที่ห้า เก็บออมไว้ใช้เมื่อยามแก่เฒ่า


5. อ. อบอุ่น 

เมื่อเราปฏิบัติได้ 4 อ. ข้างต้นแล้ว อ.ที่ 5 ก็จะตามมาอย่างแน่นอน คือ อบอุ่น เมื่อสมาชิกทุกคนรู้หน้าที่และบทบาทของตัวเองแล้ว สังคมโดยส่วนรวมก็จะดีตามไปเองโดยอัตโนมัติ


..................................................


สถาบันครอบครัว เป็นพื้นฐานที่ดีของสังคมและประเทศชาติ การมีวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ช่วยให้ทุกคนสามารถกลับไปเยี่ยมบ้านได้สำเร็จ

แต่สำหรับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้หนุ่มสาวที่ทำงานในเมือง ไม่มีโอกาสหยุดงานในช่วงเทศกาลสำคัญดังกล่าวได้

ประกอบกับความผูกพันในครอบครัวก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก จากสังคมชนบทที่พ่อแม่ลูกเคยห่วงใยดูแลซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด

กลายเป็นสังคมเมือง ที่ต่างคนต่างอยู่ ในอนาคตเราอาจพบเห็นคนที่ไม่มีเวลากลับไปดูแลพ่อแม่ที่แก่เฒ่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

และคนเหล่านี้นับวันจะเห็นความสำคัญของการดูแลพ่อแม่น้อยลง


สาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้ลูกๆ เห็นความสำคัญของการดูแลพ่อแม่น้อยลง มาจากการไม่ได้ถูกเลี้ยงดูปลูกฝังด้านจิตสำนึก

เด็กรุ่นใหม่ส่วนใหญ่มักถูกเลี้ยงดูอย่่างปล่อยปละละเลย เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาให้ จึงได้รับแต่ที่อยู่อาหารการกินอย่างดี

แต่ขาดการอบรม ทำให้ขาดจิตสำนึก ไม่นับถือผู้อื่น ไร้มารยาท ไม่ให้เกียรติใคร และไม่รักษาศักดิ์ศรีแห่งตนเอาไว้


การอยู่ห่างไกลพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ทำให้หนุ่มสาวมีมารยาทเปลี่ยนไปในทางลดลงจากมาตรฐานเดิม

จริงอยู่ที่พวกเขากล้าแสดงออกและมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น

แต่ก็เชื่อแนวความคิดของตนเองสุดโต่งมากเกินไปชนิดไม่ฟังใครเลยจนทำให้เกิดปัญหาในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น


แล้วจะเป็นอะไรมั๊ย......
ถ้าสังคมจะเปลี่ยนไปเป็นแบบนั้น ถึงตอนนั้น เทศกาลสงกรานต์จะยังคงเกี่ยวพันถึงสถาบันครอบครัวอยู่อีกหรือเปล่า

วันสงกรานต์ยังจะมีความหมายต่อการรวมตัวกันเป็นครอบครัว พ่อแม่ลูกอยู่อีกหรือไม่ หรือเป็นเพียงเทศกาลรื่นเริง


ทั้งหมดนี้ ก็เริ่มต้นที่ปัจจุบันนั่นแหละ ไม่ว่าใครจะปฏิบัติต่อพ่อแม่และครอบครัวแบบไหน

แต่เชื่อได้ว่าเขาก็ยังอยากให้ลูกหลานและสถาบันครอบครัวปฏิบัติต่อเขาอย่างดีเหมือนเดิม ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหนทุกคนในครอบครัวต่างต้องการให้มีคนใส่ใจเขาบ้างใช่หรือไม่?


ลองคิดดู!!!


การจะได้ความเอาใจใส่นั้น ต้องเริ่มต้นที่ตนเองก่อนใช่หรือเปล่า?


เราควรต้องเริ่มพิจารณาว่า เราปฏิบัติต่อพ่อแม่ของตัวเองแบบไหน รักและให้เกียรติครอบครัวในปัจจุบันอย่างไร ดีพอหรือเปล่า

เคยเถียงพ่อ รำคาญแม่ หรือทำให้พ่อแม่เสียใจมากี่หน เพราะเมื่อตัวเราทำ

ไม่สนใจผู้เป็นพ่อแม่แล้วเราคิดว่าลูกๆ จะสนใจหรือฟังเราไหมมื่อพวกเขาเติบโตขึ้น

ถึงตอนนั้นแล้วจะไปโทษใคร ก็เราทำให้ลูกหลานของเราดูเอง


การละทิ้งครอบครัว ไม่เลี้ยงดูพ่อแม่ในสังคมไทยคงเกิดน้อยลงกว่านี้ ถ้าไม่มีใครทำเป็นต้นแบบให้เห็น

หากผู้คนส่วนมากยังให้ความสำคัญกับคำว่าครอบครัวอยู่ ข่าวผู้สูงอายุนอนตายเพียงลำพังในบ้านคงแทบไม่มี

มันก็เหมือนลูกปูเดินตามแม่ปูน่ะแหละ พากันเดินเอียงตัวไปแบบนั้น ไม่ต่างกับเราขณะนี้หรอก

เมื่อตัวเราเองก็ทำ แล้วจะห้ามไม่ให้ลูกหลานทำกับเราได้ยังไง


....................................................................................................


วันหนึ่งเมื่อคุณโตขึ้น และมีครอบครัว


คุณอาจจะกลายเป็นพ่อแม่ขี้บ่น ที่ลูกๆ แสดงท่าไม่อยากทน

เหมือนที่คุณเคยทำกับพ่อแม่ตัวเองนั่นแหละก็ลูกๆ เคยเห็นคุณทำนั่นไง


ถ้าคุณไม่อยากเจอสภาพลูกหลานวิ่งหนี คุณก็อย่าทำกับพ่อแม่แบบนี้

คุณควรรับฟังคำแนะนำจากท่านทั้งสอง และนำไปคิดพิจารณาเสมอ
...................................................


คุณเคยตัดสายพ่อแม่ทิ้งหรือเปล่า

คุณเคยพูดจาทิ่มแทงยอกย้อนพ่อแม่หรือไม่


ถ้าเคยทำวันหนึ่งในอนาคตแค่คุณพูด......

ลูกคุณก็อาจจะลุกหนีจากคุณบ้างก็ได้เขาอาจจะตัดบทด้วยการวางสาย

เวลาคุณอยากพูดอะไรยาวๆ เขาอาจจะบอกให้คุณหยุดเถอะ

อย่าเข้ามาวุ่นวายนี่มันปัญหาของเขา เขาเบื่อจะฟัง

เขารำคาญจะตายแล้วคุณจะทำยังไง


คุณฟังแล้วคงได้แค่จุกอก นั่งร้องไห้มันก็จะคล้ายๆ........

ที่คุณเคยทำกับพ่อแม่ตอนคุณทำอะไรเอาแต่ใจไม่แตกต่างอะไรกันเลย
...................................................


พอลูกๆ คุณโตหมดหางานทำได้ มีเงินใช้กันเองแล้ว

พวกเขามีครอบครัว มีฐานะดีขึ้นแต่.......

เขาก็ยังเลี้ยงดูคุณไม่ได้เพราะ......

เขายังมีภาระเขาต้องดูแลครอบครัวของเขา

คุณควรรู้ไว้นะ....เงินของเขามันไม่ใช่เงินของเรา

คุณต้องเตรียมใจคุณต้องไม่เข้าไปวุ่นวาย


คุณต้องคิดให้ได้.....และยอมรับมันทั้งหมดว่า.....

เขาเพิ่งสร้างครอบครัวเขาเพิ่งสร้างฐานะ

เขามีภาระต่างๆ มากมายต้องผ่อนทั้งบ้าน ผ่อนทั้งรถยนต์ 

ไม่สามารถดูแลคุณได้หรอกช่วยอะไรเขาไม่ได้ 

ก็อย่าทำตัวมีปัญหาคุณควรดูแลตัวเองให้ได้เหมือนที่พ่อแม่คุณเคยดูแลตัวท่านเอง


.................................................


เวลาคุณเจ็บป่วยคุณก็ควรรีบรักษาไปกันเองสองสามีภรรยา

ไม่ควรต้องให้ลูกมาพาคุณไปพบหมอพวกเขาคงไม่มีเวลาว่างพอ

ขืนลางานบ่อยๆ เขาอาจถูกไล่ออกจากงาน


................................................


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแนวทางให้ทุกท่านช่วยกันสรรสร้างให้สังคมของผู้สูงอายุในประเทศไทยยังมีความหมาย

เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ยังเป็นที่ชุมนุมของลูกหลาน ญาติพี่น้องโดยพร้อมเพรียง


ซอลล่าเชื่อว่าทุกคน คงอยากเห็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามต่อไปเรื่อยๆ

คงไม่อยากให้การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาล

 

 

ซอลล่าเชื่อว่าทุกคน คงอยากเห็นการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามต่อไปเรื่อยๆ คงไม่อยากให้การทำบุญตักบาตร

สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สูญสลายไปในรุ่นของเราเป็นแน่

จากผลสำรวจของรัฐบาลพบว่าทุกๆ ปี ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศโดยเฉพาะไปญี่ปุ่น

เพื่อไปชมดอกซากุระบานในช่วง กุมภาพันธ์ - เมษายน กันเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะไปเที่ยวไหน

ก็อย่าลืมพาพ่อแม่ไปด้วย อย่าเอาวันหยุดยาวไปเที่ยวกันเฉพาะคู่รักเท่านั้น

 

"ซอลล่าอยากเชิญชวนให้พวกเราทุกคนพาพ่อแม่ไปเที่ยวด้วยเสมอ"

 

อย่าทิ้งให้พวกท่านเหงาอยู่ตามลำพัง แวะไปพูดคุย พบปะกับพวกท่านบ้างเมื่ิอมีเวลาว่าง

ชีวิตผู้สูงอายุเปรียบไปก็คล้ายไม้ใกล้ฝั่ง รอเวลาผุพัง

พวกเรามาร่วมกันส่งต่อวิถีไทยอันดีงาม ต่อไปเรื่อยๆ จากรุ่นสู่รุ่น

ให้ยึดถือยืนหยัดเป็นประเพณีอันดีงามไปชั่วลูกชั่วหลาน กลับไปเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่กันบ้าง

อย่างน้อยปีละหนึ่งหน เพื่อเป็นการแสดง กตัญญู กตเวทิตา ต่อผู้มีพระคุณทุกท่าน

และเป็นการทำให้สังคมยังอุดมไปด้วยความเอื้ออาทร ห่วงใย รักใคร่ สมัครสมาน สามัคคี

ไม่มีอคติ ยุติความเกลียดชัง เลิกแบ่งแยกสีสัน ไร้การดูถูกผู้ที่ต่ำชนชั้น มีแต่ความสุขสงบตลอดไปฯ

 

••••••••••••••••••||•••••••••••••••••••••

 

แอดเพื่อนกันไว้ที่ @solla เพื่อรับข้อมูลดีๆจาก SOLLA ได้ที่นี่เลยนะคะ